ทุจริต มะเร็งร้ายในองค์กร (ตอนที่ 1)
Kandit Advisory Services
ปัญหาการทุจริตภายในองค์กร เป็นปัญหาที่ไม่มีผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการคนไหนอยากให้เกิดขึ้นกับองค์กรของตน
เพราะต่างทราบดีว่า การทุจริตนั้นเป็นเรื่องชวนปวดหัว การทุจริตเพียงครั้งเดียว
อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อองค์กร ทั้งความเสียหายเป็นตัวเงิน ชื่อเสียง
หรืออาจทำให้องค์กรกระทำการฝ่าฝืนกฎ ระเบียบหรือข้อกฎหมายสำคัญได้ นอกจากนี้
การทุจริตยังบ่อนทำลายวัฒนธรรมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ในความเห็นของผู้เขียน
การทุจริตก็เหมือนกับโรคมะเร็ง องค์กรใดที่ปล่อยปละละเลย ไม่เคยใส่ใจกับมาตรการป้องกันการทุจริต
กว่าจะรอจนพบความเสียหายจากการทุจริต ถึงเวลานั้น บางครั้งก็อาจสายเกินไป
การทุจริตจากเดิมที่เกิดขึ้นเล็กน้อย อาจจะลามไปทั่วทั้งองค์กรจนเกินเยียวยาก็เป็นได้
Association of Certified
Fraud Examiners (ACFE) หรือ
สมาคมผู้ตรวจสอบทุจริต ได้สำรวจเหตุการณ์ทุจริตที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ กว่า 125
ประเทศทั่วโลก ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า
การทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
และทั่วโลก กำลังประสบกับปัญหาการทุจริต อันเป็นภัยร้ายที่มีแนวโน้มสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
แล้วรายงานนี้บอกอะไรเราอีก?
ลักษณะของการทุจริต
- การสำรวจนี้
ระบุว่ารวบรวมข้อมูลจากเหตุทุจริตที่เกิดขึ้น 2690
เคสทั่วโลก จาก 125 ประเทศ
เฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค มีรายงาน 220 เคส ส่วนในไทยมีรายงานส่งไป
3 เคส
- ลักษณะของการทุจริตที่พบบ่อยที่สุด
คือ การนำทรัพย์สินองค์กรไปใช้โดยมิชอบ (Asset
Misappropriation) มีค่าความเสียหายต่อเคสอยู่ที่ 114,000 เหรียญ ในขณะที่การทุจริตงบการเงิน (Financial Statement Fraud) มีความเสียหายต่อเคสอยู่ที่ 800,000 เหรียญสหรัฐ
- ระยะเวลาเฉลี่ยของการกระทำทุจริต
อยู่ที่ราว 16 เดือน
- องค์กรขนาดเล็ก
มักจะได้รับความเสียหายจากการทุจริต มากกว่าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉลี่ย องค์กรขนาดเล็กจะเสียหายราว
200,000 เหรียญสหรัฐต่อการทุจริตหนึ่งเคส
ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่จะเสียหายที่ 104.000 เหรียญสหรัฐต่อเคส
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ องค์กรขนาดเล็กจะมีระบบป้องกันการทุจริต (Anti-fraud
Control) ที่อ่อนแอกว่า
ผู้กระทำการทุจริต
- กว่าครึ่งของเหตุทุจริตที่เกิดขึ้น เกิดจากพนักงานในองค์กร และร้อยละ 75 ของรายงานเหตุทุจริตเกิดจากผู้กระทำผิดเพศชาย และมูลค่าความเสียหายจะยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ หากเป็นกรณีที่ผู้กระทำผิดมีมากกว่าหนึ่งคน และทั้งหมดสมรู้ร่วมคิดกัน
- จากเหตุทุจริตทั้งหมด เจ้าของกิจการ และผู้บริหารระดับสูง เป็นผู้กระทำผิดราว 18% ของเหตุทั้งหมด แต่มูลค่าความเสียหายต่อครั้งพุ่งสูงถึง 850,000 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ สูงกว่าค่าความเสียหายต่อครั้งที่นับรวมการทุจริตทั้งหมดที่ 130,000 เหรียญสหรัฐ
- การทุจริตจากบุคคลที่ทำงานกับองค์กรตั้งแต่
5 ปีขึ้นไป
จะสร้างความเสียหายได้มากกว่าสองเท่าของผู้ทุจริตที่อยู่กับองค์กรได้ไม่เกิน 5
ปี ก็น่าจะเป็นไปได้เนื่องจากบุคคลที่ทำงานติดต่อกันมาเป็นเวลานาน
ย่อมรู้ช่องโหว่ขององค์กรและงานที่ตนรับผิดชอบไว้ดีกว่าใคร
- กว่าครึ่งของเหตุทุจริตที่เกิดขึ้น
มีปัจจัยเรื่องช่องโหว่ของการควบคุมภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นระบบการควบคุมภายในที่ไม่เพียงพอ หรือ การที่ผู้บริหารใช้อำนาจของตนแทรกแซง (Override) ทำให้ระบบการควบคุมภายในไม่เกิดผลตามควร
การจัดการ
- ร้อยละ
40 ของเหตุทุจริตที่เกิดขึ้น
ถูกตรวจจับได้จากการแจ้งเบาะแส (Tips) รองลงมาคือการตรวจสอบภายใน
(15%) และ การสอบทานโดยผู้บริหาร (13%) ตามลำดับ
- การตรวจติดตามข้อมูล
(Data monitoring) และ Surprise
Audit ช่วยลดความเสียหายจากการทุจริต และทำให้สามารถตรวจพบการทุจริตได้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การแจ้งเบาะแสทุจริตมักมาจากหลายช่องทาง
ทั้งจาก ระบบ Hotlines รับแจ้งผ่านผู้บังคับบัญชา
ผู้บริหาร ผู้ตรวจสอบ และเพื่อนร่วมงาน แต่หากกิจการมีระบบรับแจ้งเบาะแสทุจริต (Hotlines)
จะทำให้ได้รับแจ้งเบาะแสทุจริตดีขึ้น
- สัญญาณเตือน
(Red flags) ของพฤติกรรมการทุจริตที่สำคัญได้แก่
(1) พฤติกรรมใช้จ่ายเกินตัว (2) ประสบปัญหาทางการเงิน
(3) มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกค้า และผู้ขายอย่างผิดปรกติ (4)
ไม่อยากแบ่งงานให้ใครทำ (5) ปัญหาภายในครอบครัว
และ (6) ทัศนคติที่ต้องการทำงานให้สำเร็จโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ
(Wheeler Dealer Attitude)
- มีเพียง
4% ของผู้ทำทุจริต
ที่พบว่าเป็นเคยมีประวัติในการทุจริต
- จำนวนเคสที่ดำเนินคดี หลังจากจับทุจริตได้ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เหตุผลจากการที่องค์กรต่างเป็นกังวลว่าจะทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง
จากข้อมูลข้างต้น
เราน่าจะได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงหลายอย่างที่เป็นประโยชน์
หากท่านผู้อ่านอยากศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ website
ของ ACFE หรือตามลิงค์นี้
https://www.acfe.com/report-to-the-nations/2018/#download
ในบทความครั้งหน้า
เราจะมาทำความรู้จักกับการทุจริตให้มากขึ้น
ว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นในวาระและโอกาสต่างๆนั้น มีสาเหตุจากเรื่องใด
โปรดติดตามได้ในบทความ
ทุจริต
มะเร็งร้ายในองค์กร (ตอนที่
2) ครับ
ธนัท เกิดเจริญ CIA, CISA, CFE, CRMA
ข้อแนะนำติชม หรือปรึกษาหารือในเรื่องต่างๆ
ด้าน การควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล การป้องกันการทุจริต
และการตรวจสอบภายใน

Comments
Post a Comment