ข้อผิดพลาดในรายงานของผู้ตรวจสอบภายใน (ตอนที่ 2)
ธนัท เกิดเจริญ CIA,CISA,CFE,CRMA
ตอนที่แล้ว เราได้เกริ่นถึงข้อผิดพลาดที่มักจะปรากฎในรายงานตรวจสอบภายในไปแล้วข้อหนึ่งคือ
การเขียนรายงานไม่ชัดเจน ในคราวนี้ เราจะกล่าวถึง ข้อผิดพลาดอีกข้อที่มักจะพบในรายงานตรวจสอบภายในบ่อยๆนั่นคือ
2. การให้ข้อมูลเกินความจำเป็น
และการเขียนรายงานไม่กระชับ
การใช้ตาราง
กราฟ รวมถึงการสื่อสารด้วย Infographic
เป็นเรื่องที่ผู้ตรวจสอบภายในสมัยใหม่นิยมใช้กัน แต่หากผู้ตรวจสอบใช้ตาราง
หรือกราฟโดยไม่ตระหนักว่าผู้อ่านจะต้องทำความเข้าใจอย่างไร นั่นถือเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่ง
จากประสบการณ์ของผู้เขียน พบว่าหลายครั้งที่ผู้ตรวจสอบ เลือกใช้ตารางแสดงข้อมูลโดยไม่มีคำอธิบายที่เพียงพอ
หรือ ใช้กราฟที่ยากต่อการทำความเข้าใจ จนทำให้ผู้อ่านรายงานแปลเจตนาของการรายงานผิดไปจากที่ควรจะเป็น
ดังตัวอย่างต่อไปนี้
สมมติว่า
ผู้ตรวจสอบภายในได้ดำเนินการสุ่มตรวจนับอะไหล่คงเหลือในคลังสินค้า และใช้ตารางนี้ในการสรุปผลการตรวจสอบ
ท่านในฐานะผู้อ่านสังเกตเห็นอะไรหรือไม่
รายการ
|
Location
|
วันที่เบิกครั้งสุดท้าย
|
หน่วยนับ
|
มูลค่าต่อหน่วย
(บาท)
|
จำนวนตามรายงานสินค้าคงเหลือ
|
จำนวนที่นับได้จริง
|
สาเหตุ
|
อะไหล่ A
|
Shelf 1
|
23/12/2018
|
ชิ้น
|
100.00
|
34
|
24
|
สูญหาย
|
อะไหล่ B
|
Shelf 2
|
05/01/2018
|
กล่อง
|
50,000.00
|
20
|
19
|
ลืมเขียนใบเบิก
|
อะไหล่ C
|
Shelf 3
|
11/07/2017
|
เส้น
|
7,000.00
|
50
|
52
|
ตัดเบิกซ้ำ
|
อะไหล่ D
|
Shelf 4
|
11/08/2017
|
แผ่น
|
200,000.00
|
10
|
11
|
เบิกไปแล้วยังได้ใช้
|
จากตารางข้างต้น สิ่งที่น่าสงสัยคือ
· ผู้อ่านจะทราบหรือไม่ว่าตารางนี้ต้องการสื่ออะไร
ระหว่าง แสดงผลการตรวจนับสินค้า หรือ แสดงว่าสินค้าตัวไหนที่ค้าง Stock เป็นเวลานาน ตารางที่ดี
ควรมีชื่อตาราง ที่ระบุวัตถุประสงค์การนำเสนอให้ผู้อ่านได้ทราบโดยง่าย
· ผู้อ่านรายงานจะทราบได้อย่างไรว่า
จำนวนสินค้าที่นับได้จริง ต่างจากสินค้าที่ปรากฎในรายงานเป็นจำนวนเท่าใด
นอกจากต้องลบเลขในใจเอา ผู้ตรวจสอบควรสร้างคอลัมน์ “ผลต่าง” แสดงไว้ควบคู่กันเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจของผู้อ่าน
· เช่นเดียวกัน
ถ้าผู้อ่านอยากทราบว่า มูลค่าสินค้าที่แสดงในรายงาน กับมูลค่าสินค้าจริงต่างกันเท่าใด
นอกจากต้องคำนวณเอง และเนื่องจากตารางแสดงเฉพาะจำนวนคงเหลือ ผู้อ่านอาจให้ความสนใจไปยังรายการที่มีผลต่างเป็นจำนวนหน่วยที่สูง
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว รายการที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงเช่นรายการ D แม้จะมีผลต่างแค่แผ่นเดียวแต่มูลค่าผลต่างก็สูงกว่ารายการอื่นแล้ว
· หากผู้อ่านอยากทราบยอดรวม
ก็ต้องบวกเลขเอง ซึ่งผู้ตรวจสอบสามารถทำบรรทัดสุดท้ายเป็นยอดรวมได้
· การใส่จุดทศนิยมโดยไม่จำเป็น
นั่นอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดในมูลค่าสินค้าได้ง่าย
เห็นได้ว่า
แค่การใช้ตาราง ก็มีรายละเอียดเล็กน้อย หากผู้ตรวจสอบไม่ระมัดระวัง อาจทำให้ผู้ใช้รายงานแปลความหมายผิดไป
จนกระทบต่อคุณภาพของงานตรวจสอบโดยรวมได้ สิ่งที่ผู้ตรวจสอบโดยเฉพาะ CAE ของหน่วยงานควรทำเพื่อป้องกันกรณีเช่นนี้
คือ การสร้างมาตรการตรวจสอบคุณภาพรายงานก่อนส่งรายงานไปยังผู้อ่าน ที่สำคัญคือผู้เขียนรายงาน
และผู้สอบทานควรเป็นคนละคนกัน เพราะหากเป็นบุคคลเดียวกัน ก็มีความเสี่ยงสูงที่เจ้าตัวจะอ่านเองไม่พบ
เพราะโดยธรรมชาติคนเรา เวลาให้ทำอะไรด้วยตนเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ มักจะมีข้อผิดพลาด
หรือความประมาทเกิดขึ้นเสมอ
ในครั้งหน้า
เราจะคุยกันต่อในเรื่องข้อผิดพลาดอย่างที่สาม เรื่องการใช้รูปแบบรายงานซ้ำ ที่หลายหน่วยงานมักจะสร้างเค้าโครงรายงาน
และใช้กันจนเป็นมาตรฐาน ว่าข้อดีก็มี แล้วมีข้อเสียที่ต้องระวังในมุมไหนบ้าง
หากมีข้อสงสัย
หรืออยากปรึกษาหารือประเด็นใดเพิ่มเติม ติดต่อผู้เขียนได้ที่
Email
: thanat@kasadvisory.com
Facebook
page : Kandit Advisory Services
Line
: @kandit (มีเครื่องหมาย @ ด้วย)

อันนี้ดีครับ เอาไปเป็นเคสใช้สอนได้เลย ขอบคุณคุณธนัท ที่แชร์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ครับ
ReplyDelete